คู่มือผู้เลี้ยงสู่การฟิตไก่ชนก่อนลงสนาม
การฟิตไก่ชนก่อนลงสนามควรเน้นสุขภาพ ความฟิต และการลดความเสี่ยง ไม่ใช่การเร่งให้ไก่บาดเจ็บหรือใช้ยาต้องห้าม โดย พันธุ์ไก่ชน นำเสนอแนวทางสำหรับผู้เลี้ยงในประเทศไทยที่ต้องการวางแผนตั้งแต่ 6–8 สัปดาห์ก่อนวันแข่งขัน เริ่มจากตรวจน้ำหนัก อุ้งเท้า ขา หายใจ มูล และพฤติกรรม จากนั้นจัดอาหารที่มีโปรตีนเหมาะสม น้ำสะอาด โรงเรือนถ่ายเท และตารางเดินเบาสลับพัก การฝึกควรเพิ่มทีละน้อย ไม่เกินประมาณ 10% ต่อสัปดาห์ พร้อมลดความหนักในช่วง 7 วันสุดท้าย กรมปศุสัตว์และหลักสวัสดิภาพสัตว์ขององค์การสุขภาพสัตว์โลก หรือ WOAH ให้ความสำคัญกับการป้องกันความเจ็บปวด ความเครียด และโรคติดต่อ ดังนั้นควรปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่น กติกาสนาม และคำแนะนำสัตวแพทย์เสมอ ข้อสรุปที่ทำได้ทันทีคือบันทึกอาการและน้ำหนักทุกวัน แล้วหยุดฝึกเมื่อพบหอบ ซึม เดินผิดปกติ หรือกินน้ำน้อยลง

ก่อนเริ่มตารางจริง ต้องแยกคำว่า “ฟิต” ออกจาก “เร่ง” ให้ชัดก่อน ไก่ที่น้ำหนักลดเร็ว หอบง่าย หรือถูกจับซ้อมหนักทุกวันอาจดูผอมกระชับ แต่ความน่าจะเป็นที่จะเกิดอาการล้าและบาดเจ็บกลับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พันธุ์ไก่ชนจึงควรใช้ข้อมูลพื้นฐาน เช่น อายุ สายพันธุ์ น้ำหนักเดิม ประวัติป่วย และสภาพขา มากกว่าดูจากความคึกเพียงอย่างเดียว หากเป็นไก่ที่มีประวัติข้ออักเสบ หายใจมีเสียง หรือเคยได้รับบาดเจ็บ ควรให้สัตวแพทย์ตรวจเสียก่อน เพราะการฝึกต่ออาจเพิ่มต้นทุนการรักษาโดยไม่เพิ่มโอกาสสำเร็จเลย
อ่านแนวทางดูแลพื้นฐานควบคู่กันได้ที่ คู่มือการเลี้ยงไก่ชนให้แข็งแรง
ก่อนปี 2025 วิธีฟิตไก่ชนทำงานอย่างไร
แนวทางก่อนปี 2025 มักใช้ประสบการณ์ผู้เลี้ยงเป็นหลัก เช่น เดินสุ่มไก่ ตากแดด นวดกล้ามเนื้อ และคุมอาหารตามลักษณะภายนอก วิธีเหล่านี้มีประโยชน์บางส่วน แต่จุดอ่อนคือขาดบันทึกน้ำหนัก ระยะเวลาฝึก และสัญญาณเตือนแบบเป็นระบบ เมื่อข้อมูลไม่ครบ ผู้เลี้ยงจะประเมินความพร้อมจากความคึก ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ผันผวนมากกว่าการหายใจ การกินอาหาร หรือการฟื้นตัวหลังเดิน
การฝึกที่ปลอดภัยควรจัดเป็นช่วง ไม่ใช่ทำทุกอย่างพร้อมกันในวันเดียว โดยใช้หลักความหนักต่ำไปสูงและมีวันพักจริงอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน ตารางพื้นฐานอาจแบ่งได้ดังนี้
- สัปดาห์ที่ 8–6: ตรวจสุขภาพ ชั่งน้ำหนัก และเดินเบา 10–15 นาที
- สัปดาห์ที่ 5–3: เพิ่มการเคลื่อนไหวเป็น 15–25 นาที หากไม่มีอาการล้า
- สัปดาห์ที่ 2: ลดความหนักลงประมาณ 20–30% และเน้นการฟื้นตัว
- สัปดาห์สุดท้าย: เดินเบา พักมากขึ้น และหลีกเลี่ยงกิจกรรมเสี่ยงบาดเจ็บ
กรมปศุสัตว์ของประเทศไทยให้ความสำคัญกับการป้องกันโรค การกักแยกสัตว์ใหม่ และสุขอนามัยโรงเรือน ซึ่งเป็นฐานของการฟิตที่หลายคนมองข้าม ข้อมูลด้านโรคสัตว์ปีกจาก กรมปศุสัตว์ ควรใช้ประกอบการตรวจพื้นที่และการเคลื่อนย้ายไก่ เพราะไก่ที่ฟิตแค่ไหนก็ไม่มีค่า หากป่วยหรือแพร่เชื้อก่อนวันสนาม
เช็กลิสต์สุขภาพก่อนเริ่มฝึก
- ตาใส จมูกไม่เปียก และไม่มีเสียงหายใจผิดปกติ
- กินอาหารและดื่มน้ำตามปกติอย่างน้อย 2–3 วัน
- ขาทั้งสองข้างลงน้ำหนักใกล้เคียงกัน
- อุ้งเท้าไม่มีแผล บวม ร้อน หรือก้อนแข็ง
- มูลมีลักษณะสม่ำเสมอ ไม่เหลวต่อเนื่อง
- ขนเรียบและไม่มีไร เห็บ หรือแผลเกา
- น้ำหนักไม่ลดรวดเร็วเกินไปโดยไม่มีเหตุผล
ปี 2026 เปลี่ยนอะไรในการฟิตไก่ชน?
ปี 2026 จุดเปลี่ยนสำคัญคือการใช้ข้อมูลสุขภาพและสวัสดิภาพร่วมกับภูมิปัญญาเดิม โดยบันทึกน้ำหนัก อาหาร น้ำ อุณหภูมิ และอาการฟื้นตัวแทนการตัดสินจากความคึกเพียงอย่างเดียว แนวทางนี้ช่วยให้ผู้เลี้ยงเห็นความผิดปกติเร็วขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 7 วันสุดท้ายก่อนสนาม ซึ่งควรเป็นช่วงลดภาระ ไม่ใช่ช่วงอัดการฝึกหนัก กฎสนามและกฎหมายท้องถิ่นยังต้องตรวจสอบแยกกัน เพราะข้อกำหนดเรื่องการเดินทาง การตรวจโรค และการใช้สารอาจแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่
สิ่งที่เพิ่มเข้ามาในทางปฏิบัติคือการวัด “เวลาฟื้นตัว” หลังเดิน เช่น สังเกตการหอบ สีหงอน ท่าทาง และการกลับมากินน้ำภายใน 10–15 นาที หากฟื้นช้าลงต่อเนื่อง 2 วัน ควรลดกิจกรรมและตรวจสุขภาพ นี่เป็นข้อมูลเชิงปฏิบัติที่บทความทั่วไปมักไม่พูดถึง เพราะผู้เลี้ยงจำนวนมากดูเฉพาะเวลาฝึก แต่ไม่ได้ดูเวลาที่ร่างกายต้องใช้เพื่อกลับสู่ภาวะปกติ ผลลัพธ์คือเพิ่มความเสี่ยงล้าสะสมโดยไม่รู้ตัว

เรื่องอาหารก็ไม่ควรไล่ตามสูตรลับแบบเหมารวม อาหารหลักควรเหมาะกับวัยและกิจกรรม มีโปรตีน พลังงาน แร่ธาตุ และวิตามินสมดุล น้ำสะอาดต้องมีตลอดเวลา และควรเปลี่ยนภาชนะหากมีคราบหรือมูลปนเปื้อน การเพิ่มอาหารเสริมหรือยาปฏิชีวนะโดยไม่ตรวจโรคไม่ได้ทำให้ฟิตขึ้นแบบคูณสอง แถมอาจก่อผลข้างเคียงและปัญหาสารตกค้างได้ องค์การสุขภาพสัตว์โลก หรือ องค์การสุขภาพสัตว์โลก ระบุหลักการด้านสวัสดิภาพและสุขภาพสัตว์ที่ควรใช้เป็นกรอบอ้างอิง ไม่ใช่ใช้ยาเพื่อปิดอาการแล้วฝืนฝึกต่อ
ดูรายละเอียดเรื่องพลังงานและการฟื้นตัวได้จาก โภชนาการไก่ชนสำหรับการฝึก
ผู้เลี้ยงควรเปลี่ยนอะไรบ้าง?
ผู้เลี้ยงควรเปลี่ยนจากการถามว่า “วันนี้ไก่คึกไหม” เป็น “วันนี้ไก่ฟื้นตัวดีไหม” เพราะความคึกอาจเกิดจากความเครียด ความหิว หรือสิ่งกระตุ้นชั่วคราว แต่การกิน น้ำหนัก การหายใจ และการเดินสะท้อนสภาพร่างกายได้รอบด้านกว่า พันธุ์ไก่ชนแนะนำให้ทำบันทึกสั้น ๆ ทุกวัน โดยใช้คะแนน 0–2 สำหรับอาหาร น้ำ อุจจาระ การเดิน และการหายใจ หากคะแนนรวมลดลงจากค่าเฉลี่ย 2 วันติด ควรพักและประเมินใหม่ก่อนเพิ่มตารางฝึก
การเตรียมตัวแบบเป็นระบบอาจใช้ขั้นตอนนี้
- ชั่งน้ำหนักในเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน
- ตรวจขา อุ้งเท้า ปีก และผิวหนังโดยไม่บีบหรือจับรุนแรง
- บันทึกเวลาการเดินและเวลาที่หายใจกลับปกติ
- ตรวจน้ำสะอาด อาหาร และอุณหภูมิโรงเรือน
- เปรียบเทียบข้อมูลกับค่าเฉลี่ย 7 วัน ไม่ใช่ดูแค่วันเดียว
- ลดการฝึกทันทีเมื่อมีสัญญาณเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ
สภาพแวดล้อมมีผลมากกว่าที่คิด โรงเรือนควรแห้ง ไม่อับลม แต่ไม่ปล่อยให้ลมโกรก มีพื้นที่ให้เคลื่อนไหว และแยกไก่ที่มีอาการผิดปกติออกจากตัวอื่น การตากแดดอ่อนช่วงเช้าอาจช่วยให้ไก่เคลื่อนไหวและได้รับแสง แต่ไม่ควรตากช่วงอากาศร้อนจัดหรือปล่อยจนหอบ หากอุณหภูมิสูงและความชื้นมาก ให้ลดกิจกรรม เพราะความเครียดจากความร้อนทำให้การหายใจเร็วและการฟื้นตัวช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
หากต้องเดินทางข้ามจังหวัด ควรตรวจข้อกำหนดจาก กรมปศุสัตว์ และหน่วยงานปศุสัตว์พื้นที่ล่วงหน้า ไม่ควรรอจนถึงวันเดินทาง เพราะเอกสาร การกักแยก และการตรวจโรคอาจใช้เวลา
ตอนนี้การฟิตไก่ชนหมายความว่าอะไร?
การฟิตไก่ชนในปัจจุบันหมายถึงการทำให้ไก่มีสุขภาพแข็งแรง เคลื่อนไหวได้ตามธรรมชาติ ฟื้นตัวได้ดี และไม่ถูกผลักให้เกินขีดจำกัด ไม่ได้หมายถึงการทำให้น้ำหนักลดเร็วหรือเพิ่มความก้าวร้าว การประเมินที่มีประโยชน์ที่สุดจึงประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ สุขภาพพื้นฐาน ความทนทาน การฟื้นตัว และสวัสดิภาพ หากด้านใดด้านหนึ่งแย่ลง ควรชะลอแผนทั้งหมดและปรึกษาสัตวแพทย์
ช่วง 14 วันสุดท้ายเป็นจุดที่ผู้เลี้ยงพลาดบ่อยที่สุด การเร่งฝึกในช่วงนี้มีโอกาสทำให้เกิดกล้ามเนื้อล้า แผลอุ้งเท้า หรือความเครียดจากการเดินทางมากกว่าจะสร้างสมรรถภาพใหม่ เพราะการพัฒนาร่างกายต้องใช้เวลา และร่างกายจำเป็นต้องพักเพื่อปรับตัว หลักง่าย ๆ คือสัปดาห์แรกของช่วงนี้ค่อย ๆ ลดความหนัก ส่วน 7 วันสุดท้ายเน้นการนอน พัก อาหาร น้ำ และการสังเกตอาการ การพักไม่ได้แปลว่าเสียโอกาส แต่เป็นการลดความแปรปรวนก่อนวันสำคัญ

เรื่องกติกาก็สำคัญพอ ๆ กับร่างกาย สนามแต่ละแห่งอาจกำหนดอายุ น้ำหนัก อุปกรณ์ ระยะเวลา และวิธีตรวจไก่แตกต่างกัน ผู้เลี้ยงควรอ่านกติกาของสนามจริงก่อนวางแผน ไม่ควรใช้ข้อมูลจากสนามหนึ่งไปสรุปแทนอีกสนามหนึ่ง นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการฝึกที่ทำให้เกิดบาดแผล การใช้อุปกรณ์รัดหรือถ่วงน้ำหนัก และสารกระตุ้นที่ไม่ทราบแหล่งที่มา หากพบอาการบาดเจ็บ ควรหยุดกิจกรรมและรักษา ไม่ใช่ปิดแผลเพื่อให้ผ่านวันแข่งขัน
ข้อมูลเกี่ยวกับสายพันธุ์ก็ไม่ควรใช้เป็นคำตัดสินล่วงหน้า ไก่เวียดนาม ไก่จีน หรือสายพันธุ์ท้องถิ่นในไทยอาจมีโครงสร้างและความทนต่างกัน แต่ความแตกต่างระหว่างตัวต่อตัวมักสำคัญกว่าชื่อสายพันธุ์ ผู้เลี้ยงควรวางตารางจากสุขภาพจริง อายุ และน้ำหนักของไก่ตัวนั้น การใช้สูตรเดียวกับทุกตัวเป็นวิธีประหยัดเวลาที่ดูง่าย แต่มีโอกาสผิดพลาดสูงกว่าอย่างเป็นเหตุเป็นผล
อ่านเรื่องกฎและการประเมินสนามได้ที่ กฎกติกาสนามและการตัดสินไก่ชน
สามการคาดการณ์สำหรับไตรมาสถัดไป
ในไตรมาสถัดไป แนวทางฟิตไก่ชนมีแนวโน้มขยับไปทางการบันทึกข้อมูล สุขอนามัย และสวัสดิภาพมากขึ้น ไม่ใช่เพราะกระแส แต่เพราะต้นทุนความผิดพลาดสูงขึ้น หากไก่ป่วย บาดเจ็บ หรือเดินทางไม่ผ่านข้อกำหนด ผู้เลี้ยงอาจเสียทั้งค่าอาหาร ค่ารักษา และโอกาสลงสนาม ดังนั้นการวางแผนล่วงหน้าให้ผลตอบแทนคุ้มกว่าการประหยัดเวลาในช่วงสั้น ๆ ตามหลักความน่าจะเป็นแบบง่าย ๆ ความเสี่ยงหลายจุดที่ลดได้ทีละเล็กน้อยจะรวมกันเป็นความเสี่ยงที่ต่ำลงอย่างชัดเจน
คาดการณ์ที่หนึ่งคือสมุดบันทึกหรือไฟล์ตารางจะถูกใช้มากขึ้น อย่างน้อยควรมีน้ำหนัก เวลาเดิน อาหาร น้ำ และอาการผิดปกติ คาดการณ์ที่สองคือการตรวจสุขภาพก่อนเดินทางจะมีบทบาทมากขึ้น เพราะโรคสัตว์ปีกและข้อกำหนดการเคลื่อนย้ายไม่ใช่เรื่องที่แก้หน้างานได้เสมอ คาดการณ์ที่สามคือผู้เลี้ยงจะลดการใช้ยาหรืออาหารเสริมที่ไม่มีฉลากและหันไปพึ่งอาหารพื้นฐานกับการพักฟื้นมากขึ้น แนวทางเหล่านี้อาจไม่หวือหวา แต่คุมความเสี่ยงได้ดีกว่าสูตรลับที่ตรวจสอบไม่ได้
แผนเจ็ดวันก่อนวันสนาม
- วันที่ 7–5: เดินเบา ตรวจอุ้งเท้า และยืนยันน้ำหนัก
- วันที่ 4–3: ลดกิจกรรม ไม่ทดลองอาหารใหม่
- วันที่ 2: ตรวจสุขภาพทั่วไปและเตรียมเอกสารเดินทาง
- วันที่ 1: พักในพื้นที่เงียบ มีน้ำสะอาด และเฝ้าดูการหายใจ
- วันเดินทาง: ใช้ภาชนะปลอดภัย ระบายอากาศดี และลดเวลาขนส่ง
- หากมีอาการซึม หอบ เดินกะเผลก หรือไม่กินน้ำ: ยกเลิกการฝึกและปรึกษาสัตวแพทย์
ไม่มีตารางใดรับประกันผลการแข่งขัน และไม่ควรใช้บทความนี้แทนการวินิจฉัยทางสัตวแพทย์ พันธุ์ไก่ชนสนับสนุนการเลี้ยงและการเตรียมไก่โดยคำนึงถึงกฎหมายไทย ความปลอดภัย และสวัสดิภาพสัตว์เป็นหลัก หากกิจกรรมในพื้นที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือทำให้สัตว์ทรมาน ควรหยุดและตรวจสอบข้อกำหนดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเสมอ สรุปแบบไม่อ้อมค้อมคือไก่ที่พร้อมที่สุดไม่ใช่ไก่ที่ถูกฝึกหนักที่สุด แต่คือไก่ที่กินดี ฟื้นตัวดี ไม่มีอาการเจ็บ และผ่านการตรวจอย่างมีหลักฐาน
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: วิธีฟิตไก่ชนก่อนลงสนามคืออะไร?
วิธีฟิตไก่ชนคือการจัดอาหาร น้ำ การเคลื่อนไหว การพัก และการตรวจสุขภาพให้เหมาะกับไก่แต่ละตัว โดยไม่เร่งจนเกิดความเครียดหรือบาดเจ็บ ควรเริ่มประเมินล่วงหน้า 6–8 สัปดาห์ และเพิ่มกิจกรรมทีละน้อยประมาณไม่เกิน 10% ต่อสัปดาห์ ผู้เลี้ยงควรบันทึกน้ำหนัก การกินน้ำ การเดิน และเวลาฟื้นตัวทุกวัน หากไก่หอบ ซึม เดินผิดปกติ หรือไม่กินอาหาร ให้หยุดฝึกและปรึกษาสัตวแพทย์ทันที
ถาม: ควรเริ่มฟิตไก่ชนก่อนวันสนามกี่วัน?
ควรเริ่มวางแผนก่อนวันสนามประมาณ 6–8 สัปดาห์ แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพ น้ำหนัก และประวัติการฝึกของไก่ การฝึกช่วงแรกควรเบาและเน้นความสม่ำเสมอ ส่วน 14 วันสุดท้ายควรลดความหนักเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัว ไม่ควรทดลองอาหารเสริมหรือเปลี่ยนตารางครั้งใหญ่ในสัปดาห์สุดท้าย หากไก่ไม่เคยฝึกมาก่อน ควรเพิ่มระยะเวลาอย่างช้า ๆ มากกว่าพยายามเร่งให้ทันกำหนด
ถาม: เดินเบากับซ้อมหนักต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกว่า?
การเดินเบาเน้นการเคลื่อนไหวและความทนทานโดยมีความเสี่ยงต่ำกว่า ส่วนการซ้อมหนักเพิ่มภาระต่อกล้ามเนื้อ ขา และระบบหายใจ จึงไม่ควรใช้เป็นกิจกรรมประจำทุกวัน สำหรับการเตรียมไก่อย่างปลอดภัย การเดินเบาสม่ำเสมอและมีวันพักมักเหมาะกว่า โดยเฉพาะในช่วง 14 วันก่อนสนาม ผู้เลี้ยงควรประเมินเวลาฟื้นตัวหลังเดิน ไม่ใช่ดูเพียงความคึกระหว่างกิจกรรม และควรหยุดทันทีเมื่อมีอาการเจ็บหรือหอบนานผิดปกติ
ถาม: ถ้าไก่หอบหรือเดินกะเผลกระหว่างฝึกต้องทำอย่างไร?
ให้หยุดกิจกรรม พาไก่ไปอยู่ในพื้นที่เงียบ อากาศถ่ายเท และจัดน้ำสะอาดก่อนตรวจอาการซ้ำ ห้ามฝืนเดินต่อ นวดแรง หรือให้ยาที่ไม่ทราบขนาด เพราะอาจซ่อนอาการและทำให้การวินิจฉัยยากขึ้น หากหอบไม่ลดลง มีแผล บวม ร้อน เดินลงน้ำหนักไม่ได้ หรือไม่กินน้ำ ควรติดต่อสัตวแพทย์โดยเร็ว ควรแยกไก่ที่ผิดปกติจากตัวอื่นเพื่อป้องกันโรคและลดการกระตุ้นความเครียด
ถาม: ต้องใช้อาหารเสริมหรือยาบำรุงเพื่อฟิตไก่ชนหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องใช้อาหารเสริมหรือยาบำรุงทุกตัว หากไก่ได้รับอาหารหลักที่เหมาะสม น้ำสะอาด และการพักเพียงพอ การใช้ยาปฏิชีวนะ สารกระตุ้น หรือผลิตภัณฑ์ไม่มีฉลากโดยไม่ปรึกษาสัตวแพทย์มีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงและสารตกค้าง อาหารเสริมควรใช้เมื่อมีเหตุผลชัดเจนและตรวจสอบแหล่งผลิตได้เท่านั้น ก่อนวันสนามไม่ควรทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ เพราะหากเกิดท้องเสีย แพ้ หรือเบื่ออาหารจะกระทบการฟื้นตัวโดยตรง
ถาม: การฟิตไก่ชนมีค่าใช้จ่ายเท่าไร?
ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับอาหาร โรงเรือน การเดินทาง และค่าตรวจสุขภาพ แต่การฟิตพื้นฐานไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพง รายการหลักคืออาหารคุณภาพเหมาะกับไก่ น้ำสะอาด พื้นที่ปลอดภัย และการตรวจจากสัตวแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ ผู้เลี้ยงควรเผื่องบสำหรับการตรวจโรคและการเดินทางตามข้อกำหนดของกรมปศุสัตว์ด้วย การประหยัดค่าตรวจหรือใช้อาหารเสริมสุ่ม ๆ อาจดูถูกในวันแรก แต่มีโอกาสสร้างต้นทุนรักษาที่สูงกว่าในภายหลัง
ถาม: ก่อนพาไก่ไปสนามควรตรวจอะไรเป็นครั้งสุดท้าย?
ควรตรวจการหายใจ การกินน้ำ การกินอาหาร มูล ขา อุ้งเท้า ปีก น้ำหนัก และอาการซึมก่อนเดินทาง ตรวจเอกสารและกฎของสนาม รวมถึงข้อกำหนดการเคลื่อนย้ายจากหน่วยงานปศุสัตว์พื้นที่ให้เรียบร้อย หากไก่มีบาดแผล หอบ เดินผิดปกติ หรือไม่กินน้ำ ไม่ควรพาไปเพียงเพราะเตรียมงานไว้แล้ว การยกเลิกหนึ่งครั้งมีต้นทุนน้อยกว่าการทำให้อาการทรุดระหว่างเดินทางหรือแพร่โรคให้ไก่ตัวอื่น
ปิดท้ายด้วยการอ่านข้อมูลต่อจาก คำถามที่พบบ่อยเรื่องการดูแลไก่ชน