4 ช่วงพักฟื้นไก่ชนเปรียบเทียบ: ฟื้นไวอย่างปลอดภัย
ตารางพักฟื้นไก่ชนหลังแข่งที่เหมาะสมควรแบ่งเป็น 4 ช่วง ได้แก่ 0–24 ชั่วโมงแรก วันที่ 2–3 วันที่ 4–7 และวันที่ 8–21 โดยเน้นการพัก น้ำสะอาด อาหารย่อยง่าย การตรวจบาดเจ็บ และการกลับเข้าสู่กิจวัตรอย่างค่อยเป็นค่อยไป สำหรับผู้เลี้ยงในประเทศไทย พันธุ์ไก่ชนแนะนำให้ประเมินสภาพร่างกายจริงมากกว่ายึดวันตายตัว เพราะไก่ที่เสียเลือด ขาดน้ำ หรือมีแผลลึกจะฟื้นช้ากว่าไก่ที่อ่อนล้าเพียงเล็กน้อย การหายใจลำบาก เดินลงน้ำหนักไม่ได้ ตาบวมมาก หรือไม่กินอาหารเกิน 12 ชั่วโมงควรพบสัตวแพทย์ทันที ช่วง 24 ชั่วโมงแรกไม่ควรฝึก ไม่ควรอาบน้ำเย็น และไม่ควรให้ยาหรือยาปฏิชีวนะโดยเดาเอง คำแนะนำที่ใช้ได้จริงคือบันทึกเวลาแข่ง อาการ อาหาร น้ำหนัก และการขับถ่ายทุกวัน แล้วปรับตารางตามข้อมูลเหล่านั้น

ก่อนปี 2025: ตารางพักฟื้นไก่ชนหลังแข่งเคยจัดการอย่างไร
ในช่วงก่อนปี 2025 ผู้เลี้ยงจำนวนมากมักใช้ตารางพักฟื้นไก่ชนหลังแข่งแบบสามวัน คือเช็ดตัว ให้ข้าวเปลือก พักในสุ่ม และเริ่มปล้ำซ้อมเมื่อเห็นว่าไก่เดินได้ วิธีนี้ทำได้ง่าย แต่มีจุดอ่อนชัดเจน เพราะ “เดินได้” ไม่ได้แปลว่ากล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อ และระบบหายใจกลับมาเต็มที่แล้ว ความเสี่ยงจึงไม่ได้อยู่แค่บาดแผลภายนอก แต่รวมถึงภาวะขาดน้ำ ความเสียสมดุลเกลือแร่ และการบาดเจ็บที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
หากคำนวณแบบง่าย ต้นทุนการเร่งกลับซ้อมคือความเสี่ยงบาดเจ็บซ้ำคูณระยะเวลาพักเพิ่ม ซึ่งมักสูงกว่าประโยชน์จากการประหยัดเวลา การดูแลแบบเดิมยังนิยมใช้ยาสามัญหรือยาฆ่าเชื้อโดยไม่ตรวจสาเหตุ และบางบ้านใช้น้ำเย็นจัดเพื่อหวังลดอาการร้อน ทั้งที่อุณหภูมิเปลี่ยนเร็วอาจเพิ่มความเครียดให้ร่างกายได้ แนวทางของ คู่มือสัตวแพทย์เมอร์ค ให้ความสำคัญกับการประเมินบาดเจ็บ การควบคุมความสะอาด และการติดตามอาการ มากกว่าการอาศัยสูตรเดียวกับไก่ทุกตัว ดังนั้นสูตรเก่าจึงใช้เป็นกรอบได้ แต่ไม่ควรใช้แทนการตรวจจริง
คู่มือโภชนาการไก่ชนหลังออกแรงหนัก
ตารางแบบเก่ากับตารางประเมินตามอาการต่างกันตรงไหน
ตารางแบบเก่ากำหนดวันพักตายตัว ส่วนตารางประเมินตามอาการใช้ข้อมูล 5 ด้าน ได้แก่ ความอยากอาหาร การดื่มน้ำ การขับถ่าย การเดิน และการหายใจ หากคะแนนยังผิดปกติแม้ครบ 3 วัน ก็ยังไม่ควรเพิ่มกิจกรรม เพราะวันในปฏิทินไม่สามารถลบความเสียหายของกล้ามเนื้อได้ วิธีหลังดูยุ่งกว่าเล็กน้อย แต่ลดการเดาสุ่มได้มากกว่าอย่างมีเหตุผล
การเปลี่ยนแปลงในปี 2026 คืออะไร
ปี 2026 แนวทางที่ปลอดภัยขึ้นคือการเปลี่ยนจาก “พักกี่วัน” เป็น “ผ่านเกณฑ์อะไรจึงกลับไปทำกิจกรรม” โดยใช้รอบประเมิน 4 ช่วงและบันทึกอาการทุก 12–24 ชั่วโมง เกณฑ์พื้นฐานควรประกอบด้วยการกินอาหารได้เอง ดื่มน้ำปกติ อุจจาระไม่ผิดรูป หายใจไม่มีเสียงผิดปกติ และเดินลงน้ำหนักได้ทั้งสองข้าง หากมีแผลต้องตรวจสี กลิ่น บวม ร้อน และของเหลว ไม่ใช่ดูเพียงว่าหนังปิดแล้วหรือยัง
การเปลี่ยนแปลงสำคัญอีกอย่างคือการแยก “การพัก” ออกจาก “การฟื้นฟู” การพักหมายถึงลดสิ่งกระตุ้นและป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ ส่วนการฟื้นฟูหมายถึงให้ไก่เริ่มเคลื่อนไหวเบา ๆ เมื่ออาการอนุญาต จัดอาหารให้เหมาะกับการย่อย และควบคุมสภาพแวดล้อมให้แห้ง สะอาด และอากาศถ่ายเท กรมปศุสัตว์ไทยเน้นหลักสุขอนามัย การแยกสัตว์ป่วย และการสังเกตอาการในระบบปศุสัตว์ ซึ่งประยุกต์ใช้กับไก่ชนได้โดยไม่ต้องพึ่งสูตรลับ การควบคุมอุณหภูมิแบบสุดโต่งหรือการให้ผลิตภัณฑ์เร่งฟื้นที่ไม่ทราบส่วนประกอบยังเป็นความเสี่ยงมากกว่าความได้เปรียบ
ตารางพักฟื้น 4 ช่วงที่ใช้ในปี 2026
ตารางด้านล่างเป็นกรอบดูแลทั่วไปสำหรับไก่ที่ไม่มีภาวะฉุกเฉิน หากมีเลือดออกไม่หยุด แผลลึก กระดูกผิดรูป หรือหายใจลำบาก ให้ข้ามตารางและติดต่อสัตวแพทย์ การฝืนทำตามกำหนดอาจเปลี่ยนการบาดเจ็บเล็กน้อยให้กลายเป็นปัญหาเรื้อรังได้
- ช่วง 0–24 ชั่วโมงแรก: แยกพักในพื้นที่เงียบ ตรวจเลือด แผล ตา ปาก ขา และการหายใจ ให้น้ำสะอาดทีละน้อยแต่บ่อยครั้งเมื่อไก่รู้สึกตัวดี และให้อาหารอ่อนปริมาณน้อย ห้ามฝึก ห้ามปล่อยปะปน และห้ามใช้ยาที่ไม่ทราบขนาด
- ช่วงวันที่ 2–3: ตรวจซ้ำเช้าและเย็น ให้ไก่เดินในพื้นที่จำกัดเพียงเท่าที่จำเป็น รักษาความสะอาดแผลตามคำแนะนำผู้เชี่ยวชาญ และสังเกตการกิน น้ำหนัก อุจจาระ กับอาการบวม
- ช่วงวันที่ 4–7: หากกินได้ เดินปกติ หายใจปกติ และไม่มีแผลอักเสบ ให้เพิ่มพื้นที่เคลื่อนไหวทีละน้อย ยังไม่ควรปล้ำหรือทำกิจกรรมปะทะ
- ช่วงวันที่ 8–21: ประเมินความแข็งแรงแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มจากการเดินเบาและพักยาว หากมีอาการล้า หอบ ซึม หรือขาไม่เท่ากัน ให้ลดระดับทันทีและตรวจซ้ำ

ผู้เลี้ยงควรเปลี่ยนอะไรบ้างหลังจบการแข่งขัน
สิ่งที่เปลี่ยนชัดที่สุดคือการใช้ข้อมูลแทนความรู้สึก ผู้เลี้ยงควรทำบันทึกสั้น ๆ โดยให้คะแนน 0–2 ในแต่ละหัวข้อ ได้แก่ อาหาร น้ำ การขับถ่าย การเดิน การหายใจ และแผล คะแนน 2 หมายถึงปกติ คะแนน 1 หมายถึงต้องเฝ้าดู และคะแนน 0 หมายถึงควรหยุดกิจกรรมหรือขอคำปรึกษา หากคะแนนรวมลดลงสองครั้งติดต่อกัน อย่าเพิ่มการเคลื่อนไหว แม้ไก่จะดูตื่นตัวก็ตาม
อาหารก็ไม่ควรเปลี่ยนรวดเดียวหลังแข่ง ไก่ที่เครียดหรือขาดน้ำอาจย่อยอาหารหนักได้ไม่ดี จึงควรเริ่มจากอาหารปริมาณพอเหมาะ แบ่งเป็นมื้อเล็ก และมีน้ำสะอาดตลอดเวลา ไม่ควรใช้เครื่องดื่มคน อาหารเสริมหลายชนิดพร้อมกัน หรือยาปฏิชีวนะเพื่อ “กันไว้ก่อน” เพราะอาจรบกวนระบบทางเดินอาหารและทำให้วินิจฉัยโรคภายหลังยากขึ้น การเสริมวิตามินหรือเกลือแร่ควรพิจารณาจากอาการและคำแนะนำของสัตวแพทย์ ไม่ใช่ดูจากคำโฆษณา
อีกประเด็นที่มักถูกมองข้ามคือสภาพคอก พื้นเปียก ฝุ่น กลิ่นแอมโมเนีย และอากาศอับล้วนเพิ่มโอกาสเกิดปัญหาระบบหายใจ การแยกไก่พักฟื้นออกจากไก่ตัวอื่นช่วยลดการปะทะและลดการแพร่โรคได้ แนวทางด้านสุขภาพสัตว์ของ องค์การสุขภาพสัตว์โลก วางหลักว่า การป้องกันโรคต้องอาศัยสุขอนามัย การเฝ้าระวัง และการจัดการที่เหมาะสม ไม่ใช่รอรักษาเมื่ออาการหนัก
วิธีจัดคอกไก่ชนให้สะอาดและอากาศถ่ายเท
ถ้าต้องเลือกทำเพียงสามอย่าง ให้เริ่มจากตรวจแผลทุกวัน จดน้ำหนักและการกิน และแยกไก่ที่ผิดปกติออกจากฝูง สามอย่างนี้ให้ข้อมูลมากกว่าการซื้อผลิตภัณฑ์หลายขวดอย่างไม่มีแผน เพราะช่วยตอบได้ว่าอาการดีขึ้น ทรงตัว หรือแย่ลงอย่างไร
ตอนนี้ควรใช้ตารางพักฟื้นไก่ชนแบบไหน
ตารางที่เหมาะที่สุดในตอนนี้คือ “ตารางตามอาการและความเสี่ยง” ไม่ใช่ตารางที่บังคับให้ไก่ทุกตัวกลับกิจกรรมในวันที่เจ็ด ไก่ที่มีเพียงอาการล้าอาจผ่านระยะพักเบื้องต้นได้เร็วกว่า แต่ไก่ที่มีแผลลึก ตาบวม ขาเจ็บ หรือหายใจผิดปกติต้องใช้ระยะเวลานานกว่า และบางกรณีต้องได้รับการตรวจภาพถ่ายรังสีหรือการรักษาเฉพาะทาง
หลักตัดสินใจที่ใช้งานได้จริงมีดังนี้
- เขียว: กินและดื่มได้ เดินสมดุล หายใจเงียบ ไม่มีบวมเพิ่ม จึงค่อยเพิ่มการเคลื่อนไหว
- เหลือง: กินลดลง น้ำหนักลด อุจจาระเปลี่ยน แผลบวม หรือพักมากผิดปกติ ให้คงระดับกิจกรรมและปรึกษาสัตวแพทย์
- แดง: เลือดออกไม่หยุด หายใจลำบาก หมดแรง ชัก กระดูกผิดรูป ตาบอดฉับพลัน หรือไม่กินเกิน 12 ชั่วโมง ให้พบสัตวแพทย์โดยเร็ว
ข้อควรจำคือแผลที่แห้งด้านนอกอาจยังอักเสบด้านใน และไก่ที่ยืนได้อาจยังมีเอ็นหรือกล้ามเนื้อบาดเจ็บ นี่คือเหตุผลที่การประเมินหลายด้านมีค่ากว่าการดูภาพรวมเพียงครั้งเดียว สมาคมสัตวแพทย์สัตว์ปีกแห่งสหรัฐอเมริกา มีข้อมูลวิชาชีพเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพสัตว์ปีก ซึ่งช่วยให้ผู้เลี้ยงแยกการดูแลพื้นฐานออกจากกรณีที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญได้
ทำไมการเร่งกลับซ้อมจึงไม่ใช่ทางลัดที่คุ้มค่า
การเร่งกลับซ้อมอาจประหยัดเวลาไม่กี่วัน แต่เพิ่มความเสี่ยงบาดเจ็บซ้ำและทำให้ระยะพักยาวขึ้นอย่างไม่เป็นเส้นตรง หากโอกาสบาดเจ็บซ้ำเพิ่มจาก 10% เป็น 25% ผลเสียที่คาดหวังย่อมเพิ่ม 2.5 เท่า แม้ตัวเลขนี้เป็นกรอบคิด ไม่ใช่ค่าตรวจเฉพาะรายก็ตาม สรุปง่าย ๆ คือการพักเพิ่มอีก 48–72 ชั่วโมงเมื่อยังมีอาการเหลือง มักคุ้มกว่าการฝืนให้กลับสู่กิจกรรมเพราะกลัวเสียจังหวะ
คำเตือนจากองค์การสุขภาพสัตว์โลกเกี่ยวกับการใช้ยาโดยไม่จำเป็นมีใจความสำคัญว่า การใช้ยาต้านจุลชีพควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์ ผู้เลี้ยงจึงไม่ควรซื้อยาฆ่าเชื้อหรือยาลดอักเสบมาใช้เอง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ไม่ระบุสารสำคัญ ขนาด และระยะหยุดยา การรักษาที่ถูกต้องต้องดูชนิดแผล น้ำหนักตัว สภาพตับไต และโรคร่วมด้วย การดูแลไก่ชนที่ดีจึงไม่ใช่การแข่งขันว่าใครให้ยาได้เร็วกว่า แต่เป็นการลดความเสี่ยงโดยใช้ข้อมูลที่ตรวจสอบได้

อีก 3 เดือนข้างหน้า แนวทางดูแลจะไปทางไหน
แนวโน้มในไตรมาสถัดไปมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเน้นการบันทึกข้อมูลรายตัว การป้องกันโรค และการตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญมากขึ้น ไม่ใช่เพราะสูตรดั้งเดิมใช้ไม่ได้ทั้งหมด แต่เพราะผู้เลี้ยงต้องการลดความสูญเสียที่เกิดจากการวินิจฉัยช้า พันธุ์ไก่ชนควรนำเสนอข้อมูลในลักษณะคู่มือการดูแลและสวัสดิภาพ ไม่สนับสนุนการทำให้สัตว์บาดเจ็บหรือการใช้ยาโดยไม่มีคำแนะนำ
สามการคาดการณ์ที่มีเหตุผลคือ
- ตารางดิจิทัลจะถูกใช้มากขึ้น: การบันทึกน้ำหนัก อาหาร น้ำ และอาการในโทรศัพท์ช่วยเห็นแนวโน้มเร็วกว่าความจำ
- เกณฑ์กลับกิจกรรมจะเข้มขึ้น: ผู้เลี้ยงจะใช้การผ่านอาการหลายข้อร่วมกัน แทนการนับวันพักเพียงอย่างเดียว
- การควบคุมโรคจะสำคัญกว่าอาหารเสริม: การแยกคอก ความสะอาด และอากาศถ่ายเทมีผลต่อความเสี่ยงระยะยาวมากกว่าผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าฟื้นเร็ว
การวางแผนล่วงหน้าก็ช่วยได้ เช่น เตรียมคอกพัก อุปกรณ์ชั่งน้ำหนัก น้ำสะอาด ผ้าสะอาด และช่องทางติดต่อสัตวแพทย์ก่อนมีกิจกรรม ไม่ต้องรอให้เกิดเหตุแล้วค่อยหาของ แบบนั้นโอกาสวุ่นวายสูงและตัดสินใจพลาดง่าย
สัญญาณป่วยที่ผู้เลี้ยงไก่ชนควรรู้
หากยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มตรงไหน ให้ใช้หลักง่าย ๆ คือ “หยุดปะทะ ตรวจให้ครบ จดให้ต่อเนื่อง และเพิ่มกิจกรรมทีละระดับ” หลักนี้ดูไม่หวือหวา แต่คาดการณ์ผลได้ดีกว่าการเปลี่ยนวิธีทุกวันตามคำบอกเล่าในสนาม
สรุปตารางพักฟื้นไก่ชนหลังแข่ง
ตารางพักฟื้นไก่ชนหลังแข่งที่ปลอดภัยควรแบ่งเป็น 4 ช่วง ตั้งแต่ 0–24 ชั่วโมง วันที่ 2–3 วันที่ 4–7 และวันที่ 8–21 พร้อมใช้เกณฑ์อาการจริงประกอบทุกครั้ง อย่าเร่งฝึกเพียงเพราะครบกำหนด อย่าให้ยาโดยไม่ทราบสาเหตุ และอย่ามองข้ามอาการที่เปลี่ยนเพียงเล็กน้อย เพราะการหายใจ การกิน และการเดินมักเป็นสัญญาณแรกของปัญหาที่ใหญ่ขึ้น การพักในคอกสะอาด ให้น้ำเพียงพอ ตรวจแผลสม่ำเสมอ และพบสัตวแพทย์เมื่อเข้าข่ายสีแดง คือแนวทางที่มีเหตุผลและลดความเสี่ยงได้มากที่สุด
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมจาก พันธุ์ไก่ชน เพื่อศึกษาเรื่องสายพันธุ์ การฝึก กติกาสนาม การตัดสิน และการดูแลไก่ชนอย่างรับผิดชอบ โดยต้องปฏิบัติตามกฎหมายและให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์เป็นอันดับแรก
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ตารางพักฟื้นไก่ชนหลังแข่งคืออะไร?
ตารางพักฟื้นไก่ชนหลังแข่งคือแผนดูแลร่างกายหลังออกแรงหนัก โดยแบ่งช่วงพัก การตรวจอาการ อาหาร น้ำ และการกลับไปเคลื่อนไหวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แผนที่ใช้งานได้ดีควรแบ่งอย่างน้อย 4 ช่วง คือ 0–24 ชั่วโมง วันที่ 2–3 วันที่ 4–7 และวันที่ 8–21 อย่างไรก็ตาม วันดังกล่าวเป็นกรอบทั่วไป ไม่ใช่กำหนดตายตัว หากไก่ยังซึม ไม่กิน หายใจผิดปกติ หรือเดินกะเผลก ต้องหยุดการเพิ่มกิจกรรมและขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์
ถาม: ควรดูแลไก่ชนใน 24 ชั่วโมงแรกอย่างไร?
ควรแยกไก่ไว้ในคอกสะอาด เงียบ แห้ง และมีอากาศถ่ายเท พร้อมตรวจเลือด แผล ตา ปาก ขา การหายใจ และการตอบสนอง การให้น้ำสะอาดควรทำเมื่อไก่รู้สึกตัวดี โดยให้ทีละน้อยและสังเกตการกลืน จากนั้นให้อาหารย่อยง่ายในปริมาณพอเหมาะ ห้ามฝึก ห้ามปล้ำ และไม่ควรอาบน้ำเย็นจัด หากเลือดออกไม่หยุด หายใจลำบาก หรือหมดแรง ให้ติดต่อสัตวแพทย์ทันที
ถาม: ตารางพัก 3 วันกับ 7 วัน แบบไหนดีกว่ากัน?
ตาราง 7 วันไม่ดีกว่าตาราง 3 วันเสมอไป เพราะความเหมาะสมขึ้นอยู่กับอาการบาดเจ็บและการฟื้นตัวของไก่ ตาราง 3 วันอาจพอสำหรับอาการล้าเล็กน้อยที่ไม่มีแผลหรือเดินผิดปกติ แต่ไม่เพียงพอสำหรับแผลลึก ขาบวม ตาบวม หรือภาวะขาดน้ำ วิธีเปรียบเทียบที่แม่นกว่าคือดูการกิน น้ำ การขับถ่าย การเดิน และการหายใจต่อเนื่องอย่างน้อยวันละสองครั้ง
ถาม: หากไก่ชนไม่กินอาหารหลังแข่งควรทำอย่างไร?
หากไม่กินอาหารเกิน 12 ชั่วโมง ควรตรวจซ้ำเรื่องการบาดเจ็บในปาก ความเครียด การขาดน้ำ และอาการปวด พร้อมปรึกษาสัตวแพทย์แทนการบังคับป้อนหรือให้ยาเอง ให้มีน้ำสะอาดและลดเสียงรบกวนรอบคอกก่อน หากมีอาการซึม อาเจียน ถ่ายผิดปกติ หายใจลำบาก หรือดื่มน้ำไม่ได้ ควรถือเป็นกรณีเร่งด่วน การไม่กินไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะทำให้พลังงานลดและฟื้นตัวช้าลง
ถาม: ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรสำหรับพักฟื้นไก่ชน?
อุปกรณ์พื้นฐานประกอบด้วยคอกแยกที่ทำความสะอาดง่าย น้ำสะอาด ภาชนะอาหาร ผ้าสะอาด เครื่องชั่งน้ำหนัก สมุดบันทึก และอุปกรณ์ทำแผลตามคำแนะนำสัตวแพทย์ ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับของที่มีอยู่ แต่การเตรียมชุดพื้นฐานมักถูกกว่าการรักษาภาวะแทรกซ้อนจากคอกสกปรกหรือการบาดเจ็บซ้ำ ควรมีเบอร์ติดต่อคลินิกสัตว์ปีกหรือสัตวแพทย์ใกล้บ้านด้วย และไม่ควรเก็บยาปฏิชีวนะไว้ใช้เองโดยไม่มีฉลากหรือคำสั่งรักษา
ถาม: เมื่อไรจึงให้ไก่ชนกลับไปเคลื่อนไหวได้?
ควรเริ่มเคลื่อนไหวเบา ๆ เมื่อไก่กินและดื่มได้ เดินลงน้ำหนักสมดุล หายใจปกติ ไม่มีแผลบวมร้อน และอาการโดยรวมดีขึ้นต่อเนื่องอย่างน้อย 24 ชั่วโมง การเพิ่มกิจกรรมควรทำทีละระดับและมีช่วงพัก ไม่ควรกลับไปสู่การปะทะทันทีเพียงเพราะครบวันที่กำหนด หากมีอาการหอบ เดินผิดจังหวะ ซึม หรือแผลบวมขึ้น ให้ลดกิจกรรมทันทีและประเมินโดยสัตวแพทย์
ถาม: การใช้ยาหรืออาหารเสริมช่วยให้ไก่ชนฟื้นเร็วขึ้นจริงหรือไม่?
ยาและอาหารเสริมอาจมีประโยชน์เฉพาะเมื่อเลือกตรงกับปัญหาและใช้ในขนาดที่สัตวแพทย์กำหนด แต่ไม่ใช่ทางลัดที่ปลอดภัยสำหรับไก่ทุกตัว การใช้ยาปฏิชีวนะ ยาลดอักเสบ หรือผลิตภัณฑ์หลายชนิดพร้อมกันอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงและบดบังอาการสำคัญได้ เริ่มจากน้ำสะอาด อาหารเหมาะสม คอกสะอาด และการพักที่เพียงพอก่อน หากมีบาดเจ็บหรืออาการผิดปกติให้ตรวจหาสาเหตุ แล้วจึงรักษาตามคำแนะนำที่เหมาะสม